เมื่อวันที่ 11–12 พฤศจิกายน
พ.ศ. 2568 ดร.ณัฐริกานต์ แก้วโกลฐาฏ์
หัวหน้าโครงการรักษ์ภูมิปัญญาเพื่อการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน
ร่วมกับคณะนักวิชาการ
ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่อำเภอกุมภวาปี
และภาคีเครือข่ายท้องถิ่น ได้แก่
เทศบาลตำบลห้วยเกิ้ง ชุมชนโคกสูณ
และวิสาหกิจสมุนไพรห้วยเกิ้ง
ได้ดำเนินกิจกรรมบริการวิชาการเชิงลึก
เพื่อเสริมสร้างศักยภาพชุมชนบนฐานทุนทางวัฒนธรรมและองค์ความรู้ท้องถิ่นอย่างเป็นระบบ
.
กิจกรรมสำคัญประกอบด้วยการเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลเชิงพื้นที่
การถอดบทเรียนภูมิปัญญาการใช้
“กก”
ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชน
ตลอดจนการออกแบบกระบวนการจัดการความรู้ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ
ครอบคลุมการจัดหาวัตถุดิบ การผลิต
การพัฒนาคุณภาพสินค้า
การสร้างอัตลักษณ์ผลิตภัณฑ์
และการเชื่อมโยงช่องทางตลาด
เพื่อยกระดับมูลค่าทางเศรษฐกิจควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรและวิถีวัฒนธรรมท้องถิ่น
.
การดำเนินโครงการรักษ์ภูมิปัญญาเพื่อการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน
สามารถอธิบายความสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน
(Sustainable Development Goals: SDGs)
ในลักษณะของกระบวนการบูรณาการเชิงระบบ
ที่เชื่อมโยงการพัฒนาคน ชุมชน
โครงสร้างทางเศรษฐกิจและสังคมเข้าด้วยกันอย่างเป็นองค์รวม
โดยมุ่งสร้างทั้งผลลัพธ์เชิงการเรียนรู้และผลลัพธ์เชิงโครงสร้างที่นำไปสู่ความยั่งยืนในระยะยาว
ในมิติของ
SDG 4: การศึกษาที่มีคุณภาพ
โครงการทำหน้าที่เป็นพื้นที่การเรียนรู้ร่วมกันระหว่างสถาบันการศึกษา
นักวิชาการ และชุมชน
ผ่านกระบวนการถอดบทเรียน การจัดการความรู้
และการพัฒนาองค์ความรู้จากภูมิปัญญาท้องถิ่นให้กลายเป็นทุนทางการเรียนรู้ที่สามารถถ่ายทอดและต่อยอดได้
กระบวนการดังกล่าวไม่เพียงส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตของคนในชุมชน
แต่ยังสร้างสมรรถนะในการคิดวิเคราะห์
การแก้ปัญหา
และการพัฒนานวัตกรรมจากบริบทจริง
ซึ่งสะท้อนการยกระดับคุณภาพการศึกษาในเชิงปฏิบัติการและความเชื่อมโยงกับชีวิตและอาชีพ
ในมิติของ
SDG 8:
งานที่มีคุณค่าและการเติบโตทางเศรษฐกิจ
โครงการมุ่งเสริมสร้างศักยภาพของชุมชนในการพัฒนาอาชีพบนฐานทรัพยากรและวัฒนธรรมท้องถิ่น
โดยเฉพาะการแปรรูปและพัฒนาผลิตภัณฑ์จาก
“กก”
ให้มีมูลค่าเพิ่มทั้งในด้านคุณภาพ
อัตลักษณ์ และการเข้าถึงตลาด
การออกแบบกระบวนการผลิตและการจัดการเชิงสหการช่วยสร้างความมั่นคงด้านรายได้
ลดความเปราะบางทางเศรษฐกิจ
และเปิดโอกาสให้เกิดการจ้างงานในระดับครัวเรือนและชุมชน
ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดของการเติบโตทางเศรษฐกิจที่มีความครอบคลุมและเป็นธรรม
ในมิติของ
SDG 9: อุตสาหกรรม นวัตกรรม
และโครงสร้างพื้นฐาน
โครงการนำองค์ความรู้ทางวิชาการและนวัตกรรมเชิงกระบวนการมาประยุกต์ใช้กับระบบการจัดการผลิตภัณฑ์ชุมชน
ตั้งแต่การวิเคราะห์ห่วงโซ่คุณค่า
การพัฒนามาตรฐานการผลิต
การสร้างอัตลักษณ์สินค้า
ไปจนถึงการเชื่อมโยงเครือข่ายตลาดและภาคีความร่วมมือ
การพัฒนา “โครงสร้างความรู้”
และ “โครงสร้างความร่วมมือ”
เหล่านี้ทำหน้าที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานทางสังคมและเศรษฐกิจ
ที่เอื้อต่อการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและการปรับตัวของชุมชนในบริบทเศรษฐกิจยุคใหม่
ในมิติของ
SDG 17: หุ้นส่วนความร่วมมือเพื่อการพัฒนา
โครงการสะท้อนรูปแบบการทำงานแบบพหุภาคีที่เชื่อมโยงสถาบันการศึกษา
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กลุ่มชุมชน
และวิสาหกิจชุมชนเข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ
ความร่วมมือดังกล่าวไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการจัดกิจกรรมระยะสั้น
แต่พัฒนาเป็นกลไกการทำงานร่วมกันในระยะยาว
ทั้งในด้านการวางแผน การติดตามผล
และการขยายผลสู่พื้นที่และเครือข่ายอื่น ๆ
ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาที่ยั่งยืนในระดับโครงสร้าง
.
โดยสรุป
การดำเนินโครงการมีลักษณะเป็นการบูรณาการ
SDGs
ในเชิงกระบวนการมากกว่าการมุ่งผลลัพธ์เฉพาะจุด
กล่าวคือ การพัฒนาคนผ่านการเรียนรู้ (SDG
4) การสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจชุมชน
(SDG 8)
การประยุกต์ใช้นวัตกรรมและการเสริมสร้างโครงสร้างการจัดการ
(SDG 9)
และการสร้างเครือข่ายความร่วมมืออย่างยั่งยืน
(SDG 17)
ได้หลอมรวมกันเป็นระบบการพัฒนาที่สอดคล้องกับบริบทและอัตลักษณ์ของพื้นที่
ส่งผลให้ชุมชนสามารถเติบโตได้ทั้งในมิติทางเศรษฐกิจ
สังคม
และวัฒนธรรมอย่างสมดุลและยั่งยืนในระยะยาว


*********************************
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา 02-1601174 ต่อ 15
เพิ่มเติม https://www.facebook.com/photo/?fbid=1283222450510474&set=pcb.1283227190510000
IG :
GRAD.SSRU
Line:
@grad.ssru
E-mail :
grad@ssru.ac.th
#SSRU #มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา #บัณฑิตวิทยาลัยมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา #gradssru #university #สวนสุนันทา #บัณฑิตวิทยาลัย #SDGs_SSRU #GRAD_SSRU #บัณฑิตวิทยาลัยสวนสุนันทา