หน้าหลัก > ข่าว > โครงการอบรม > บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา เดินหน้าขับเคลื่อนความร่วมมือทางวิชาการระดับนานาชาติร่วมกับ Universiti Sains Malaysia (USM)
บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา เดินหน้าขับเคลื่อนความร่วมมือทางวิชาการระดับนานาชาติร่วมกับ Universiti Sains Malaysia (USM)

ผู้ดูแลเว็บ บัณฑิตวิทยาลัย
2026-01-09 11:02:05

บัณฑิตวิทยาลัยของสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษาในประเทศไทย บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา เดินหน้าขับเคลื่อนความร่วมมือทางวิชาการกับพันธมิตรสำคัญอย่าง Universiti Sains Malaysia เพื่อบูรณาการองค์ความรู้ระดับนานาชาติด้านสมุนไพรและการประกอบการเพื่อสังคมให้สอดคล้องกับเป้าหมาย SDGs ที่มุ่งลดความเหลื่อมล้ำ ส่งเสริมนวัตกรรมทางสุขภาพ และสนับสนุนการเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 ผศ.ดร.ธงชัย สุรินทร์วรางกูร นำ Dr. Cheah Sau Seng ลงพื้นที่ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้เชิงปฏิบัติ ณ วิสาหกิจสมุนไพรห้วยเกิ้ง และ โรงพยาบาลการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ผสมผสานห้วยเกิ้ง ซึ่งเป็นแหล่งเรียนรู้สำคัญของระบบสุขภาพชุมชนในจังหวัด จังหวัดอุดรธานี
.
การลงพื้นที่ครั้งนี้มีลักษณะเป็น Knowledge Co-Creation Platform ที่เชื่อมผู้เชี่ยวชาญ โมเดลการพัฒนาที่ยั่งยืน และภูมิปัญญาท้องถิ่นเข้าด้วยกัน โดยกระบวนการแลกเปลี่ยนไม่ได้เป็นเพียงการรับฟัง แต่เป็นการออกแบบร่วมกันระหว่าง USM–ชุมชน–มหาวิทยาลัย ผ่านกิจกรรมสนทนาเชิงวิเคราะห์สมุนไพรท้องถิ่น การสกัดคุณค่าทางวิทยาศาสตร์ด้วยหลักฐานเชิงประจักษ์ (Evidence-Based Validation) และการกำหนดแนวทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ตอบโจทย์ผู้ใช้จริงในพื้นที่ เช่น การพัฒนาโมเดลการแพทย์ผสมผสานเชิงสมุนไพรที่ประสานการรักษาแผนไทยกับการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันด้วยวัตถุดิบท้องถิ่น
.
จากกิจกรรมในพื้นที่ตำบลห้วยเกิ้ง ชุมชนได้ทดลองนำรูปแบบการแพทย์ผสมผสานที่ออกแบบร่วมกันมาปรับใช้จริง โดยมี Community Outcomes ที่ชัดเจน คือ กลุ่มวิสาหกิจสามารถจัดทำ Herb Value Chain Map ของสมุนไพรหลักในพื้นที่ พร้อมกำหนดตัวชี้วัดผลกระทบเชิงเศรษฐกิจและสุขภาพ อาทิ การลดต้นทุนการรักษาในครัวเรือนด้วยสมุนไพรทดแทน และอัตราการใช้บริการคลินิกสุขภาพสมุนไพรชุมชนที่เพิ่มขึ้นหลังการจัดเวทีแลกเปลี่ยน ทำให้เกิดการรวมกลุ่มผู้ผลิตรายย่อยเข้าสู่ระบบจัดซื้อวัตถุดิบให้กับโรงพยาบาลแผนไทยในพื้นที่อย่างเป็นกิจวัตร ส่งผลให้รายได้จากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์สมุนไพรเพิ่มขึ้นเฉลี่ยในกลุ่มสมาชิกวิสาหกิจ สร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจฐานรากสอดรับกับการพัฒนาที่ยั่งยืน
.
ขณะเดียวกัน โรงพยาบาลการแพทย์แผนไทยฯ ได้นำแนวคิด Integrative Herbal Care Model มาใช้ปรับระบบงานบริการด้วยการจัดตั้ง “คลินิกให้คำปรึกษาผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่ผ่านการประเมินร่วมกับชุมชน” ทำให้โครงสร้างงานบริการสุขภาพผสมผสานถูกพัฒนาให้ต่อเนื่องและเชื่อมโยงผู้ผลิตในท้องถิ่นเข้าสู่ระบบบริการสุขภาพอย่างยั่งยืน ไม่ใช่เพียงการจัดกิจกรรมครั้งเดียว
.
ในมิติ Innovation & Knowledge Creation ที่เกิดจากความร่วมมือ เกิดองค์ความรู้ใหม่ 2 ด้าน คือ (1) Herbal Product Validation Framework ที่ใช้การประเมินคุณค่าทางยาและความเป็นไปได้เชิงธุรกิจสังคมของสมุนไพรท้องถิ่น (2) Integrative Community Health Prototype ซึ่งเป็นโมเดลต้นแบบการแพทย์ผสมผสานเชิงสมุนไพรสำหรับชุมชนห้วยเกิ้งที่ออกแบบร่วมกันและพร้อมนำไปศึกษาต่อยอดเชิงวิจัย
.
ผลกระทบต่อระบบการศึกษามหาวิทยาลัยปรากฏชัดผ่านการนำโจทย์จากพื้นที่ไปกำหนดทิศทางงานวิจัยและโครงงานระดับบัณฑิตศึกษา โดยนักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการจะใช้ข้อมูลจากวิสาหกิจและโรงพยาบาลเป็นฐาน Case Study ในวิทยานิพนธ์ SDGs-aligned Topics เช่น การพัฒนาผลิตภัณฑ์สุขภาพ การวัดผลกระทบกิจการเพื่อสังคม และระบบจัดการห่วงโซ่คุณค่าสมุนไพรชุมชน ซึ่งช่วยพัฒนาสมรรถนะนักศึกษาให้เป็น “นักออกแบบโจทย์และผู้ประเมินผลกระทบเชิงระบบ” มากกว่าผู้รับความรู้เพียงอย่างเดียว
.
ความร่วมมือของบัณฑิตวิทยาลัยกับ USM จึงเป็นตัวอย่างของการเชื่อมโยงความรู้ นวัตกรรม และการปฏิบัติระดับท้องถิ่นที่ถูกยกระดับสู่การพัฒนาระบบสุขภาพชุมชน การสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจฐานราก และการกำหนดยุทธศาสตร์วิจัยของสถาบันให้ต่อเนื่องสอดคล้องกับ SDGs โดยแท้จริง
.
ความเชื่อมโยงกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs)
???? SDG 3: การมีสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี
ส่งเสริมการใช้ภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยและสมุนไพรชุมชน เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์สุขภาพ เพิ่มการเข้าถึงบริการสุขภาพที่เหมาะสม และเสริมคุณภาพชีวิตของประชาชน
???? SDG 4: การศึกษาที่มีคุณภาพ
การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และการเรียนรู้ร่วมกันระหว่างมหาวิทยาลัยไทย–มาเลเซีย และชุมชน ช่วยยกระดับทักษะและสร้างพื้นที่การเรียนรู้ตลอดชีวิต
???? SDG 8: งานที่มีคุณค่าและการเติบโตทางเศรษฐกิจ
การพัฒนาผลิตภัณฑ์สมุนไพรและการแพทย์พื้นบ้านมีส่วนช่วยเสริมสร้างอาชีพ เพิ่มรายได้ และพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากของท้องถิ่น
???? SDG 11: เมืองและชุมชนที่ยั่งยืน
การสนับสนุนวิสาหกิจชุมชนและภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นกลไกสำคัญในการสร้างชุมชนเข้มแข็ง มีเอกลักษณ์ และพึ่งพาตนเองได้
???? SDG 17: ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน
การสร้างความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทาและ USM สะท้อนการเชื่อมโยงเครือข่ายระดับนานาชาติ เพื่อร่วมพัฒนาองค์ความรู้และผลักดันการพัฒนาชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม

**********************

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา 02-1601174 ต่อ 15

เพิ่มเติม https://www.facebook.com/photo/?fbid=1283256393840413&set=pcb.1283257430506976


➡️IG : GRAD.SSRU

➡️Line: @grad.ssru

➡️E-mail : grad@ssru.ac.th

➡️www.ssru.ac.th

➡️www.grad.ssru.ac.th


#SSRU #มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา #บัณฑิตวิทยาลัยมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา #gradssru #university #สวนสุนันทา #บัณฑิตวิทยาลัย #SDGs_SSRU #GRAD_SSRU #บัณฑิตวิทยาลัยสวนสุนันทา